การดูแลรักษาและการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เครื่องกรองน้ำ RO ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน หากปล่อยให้ไส้กรองตันหรือไม่เปลี่ยนตามเวลา อาจส่งผลให้แผ่นเมมเบรนเสียหาย น้ำไหลช้าลง หรือเกิดการสะสมของเชื้อโรคได้
นี่คือแนวทางและกำหนดเวลาในการเปลี่ยนไส้กรองแต่ละประเภทครับ:
อายุการใช้งานของไส้กรองแต่ละขั้นตอน (โดยประมาณ)
อายุการใช้งานจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำดิบที่เข้าเครื่องและปริมาณการใช้งานในแต่ละวัน:
- ไส้กรอง sediment (PP) [เปลี่ยนทุก 3 – 6 เดือน]
- ทำหน้าที่ดักจับตะกอน ดิน ทราย สารแขวนลอยขนาดใหญ่
- เป็นด่านแรกที่สกปรกง่ายที่สุด ควรเปลี่ยนบ่อยเพื่อไม่ให้เศษดินไปอุดตันไส้กรองขั้นถัดไป
- ไส้กรองคาร์บอน (Carbon Block / GAC) [เปลี่ยนทุก 6 – 12 เดือน]
- ทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น สี คลอรีน และสารเคมี
- จำเป็นต้องเปลี่ยนตามกำหนดเพราะหากสารคาร์บอนหมดอายุ คลอรีนจะหลุดลอดไปทำลายแผ่นกรอง RO Membrane ให้ฉีกขาดได้
- ไส้กรองเรซิน (Resin) [เปลี่ยนทุก 6 – 12 เดือน]
- ทำหน้าที่ลดความกระด้างของน้ำและดักจับหินปูน
- หากน้ำในพื้นที่ของคุณเป็นน้ำบาดาลหรือมีหินปูนสูง อาจต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตะกรันหินปูนไปเกาะที่แผ่นเมมเบรน
- ไส้กรอง RO Membrane [เปลี่ยนทุก 12 – 24 เดือน (1-2 ปี)]
- หัวใจหลักของระบบ กรองละเอียด 0.0001 ไมครอน
- มีราคา สูงที่สุด หากเราดูแลรักษาและเปลี่ยนไส้กรอง 3 ขั้นตอนแรก (PP, Carbon, Resin) อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุของ RO Membrane ให้ใช้ได้ยาวนานถึง 2 ปี
- ไส้กรองโพสต์คาร์บอน (Post Carbon) [เปลี่ยนทุก 12 เดือน]
- ขั้นตอนสุดท้ายก่อนน้ำลงแก้ว ช่วยปรับรสชาติน้ำและขจัดกลิ่นตกค้างจากถังเก็บน้ำ
วิธีการดูแลรักษาเครื่องกรองน้ำ RO ให้ใช้งานได้ยาวนาน
สังเกตปริมาณน้ำทิ้งและน้ำดี: หากพบว่าน้ำดื่มไหลช้าลงมาก หรือมีน้ำทิ้งไหลออกมาตลอดเวลาไม่ยอมหยุด อาจเกิดจากไส้กรองอุดตันหรือวาล์วควบคุมระบบมีปัญหา
ไล่ลมและล้างไส้กรองใหม่ทุกครั้ง: เมื่อเปลี่ยนไส้กรองใหม่ (โดยเฉพาะคาร์บอน) ควรเปิดน้ำทิ้งก่อนประมาณ 10-15 นาที เพื่อล้างเศษผงคาร์บอนและสารเคมีตกค้าง ไม่ให้ไหลเข้าไปอุดตันไส้กรอง RO Membrane
ตรวจเช็กแรงดันถังเก็บน้ำ (Tank): ระบบ RO จะมีถังเก็บน้ำแรงดัน หากใช้น้ำแล้วน้ำไหลแรงแค่ช่วงแรกแล้วค่อยๆ แผ่วลง ทั้งที่ไส้กรองยังใหม่ อาจเป็นเพราะลมในถังเก็บน้ำอ่อน สามารถใช้ที่สูบลมจักรยานเติมลมเข้าถังได้ (แรงดันมาตรฐานตอนไม่มีน้ำอยู่ด้านในประมาณ 7-8 PSI)
อย่าปล่อยให้เครื่องขาดน้ำหรือไฟ: เครื่องกรอง RO มีปั๊มน้ำไฟฟ้า หากน้ำประปาไม่ไหลหรือไฟดับ ควรดึงปลั๊กออกก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ปั๊มทำงานหนักจนไหม้
ดูแลความสะอาดรอบตัวเครื่อง: ติดตั้งในที่แห้ง ไม่โดนแดดจัดเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำในสายยาง และเช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอกอยู่เสมอ

